ของชำร่วย และ เครื่องประดับ

วันนี้ผมจะมาพูดถึงเรื่อง ของชำร่วย และ เครื่องประดับต่าง ว่าในแต่ละปี ยอดขายเค้าเป็นอย่างไรบ้าง ในปี 2547 ของชำร่วย และเครื่องประดับเซรามิคมีการแข่งขันค่อนข้างสูง เนื่องจากผู้ประกอบการรายใหญ่ใช้กลยุทธ์ลดราคาเพื่อแข่งขันกับผู้ค้ารายอื่นและสินค้านำเข้าจากจีน ซึ่งมีราคาถูกกว่า สำหรับปี 2547 การนำเข้าของชำร่วยและเครื่องประดับเซรามิคมีมูลค่า 55.5 ล้านบาท จะเห็นได้ว่าตลอดนี้ยังยอดขายที่สูงมากอยู่

ซึ่งเกิดการขยายตัวจากปี 2546 ร้อยละ 3.2 สินค้านำเข้าส่วนใหญ่ร้อยละ 78.2 มาจากจีน ด้านการส่งออกมีมูลค่า 1,273.3 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 14.4 เป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าสำคัญคือสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น ชะลอตัวลง ทำให้มูลค่าส่งออกใน 2 ตลาดนี้ลดลงร้อยละ 38. 3 และ 9.2 ส่วนตลาดที่ขยายตัวสูงได้แก่ กลุ่มอาเซียน และสหภาพยุโรป ขยายตัวร้อยละ 36.4 และ 18.5 ตามลำดับ

ส่วนปี 2548 ก็มีแน้วโน้มที่ดีขึ้นอีก เพราะเราคาดว่าตลาดในประเทศจะยังจะต้องชิงชัยออกจะสูงกับของนำเข้าจากจีน แล้วก็อินโดนีเซีย ขณะที่ผู้ผลิตไทยต้องเผชิญกับภาวะต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมัน และการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ทำให้ต้องปรับราคาสูงขึ้น อย่างไรก็ดี สินค้าของไทยมีข้อได้เปรียบในด้านรูปแบบ

และคุณภาพของสินค้าที่เหนือกว่า กลยุทธ์การตลาด คือ ต้องหลีกเลี่ยงการแข่งกับสินค้าระดับล่างจากจีน โดยหันไปพัฒนาผลิตภัณฑ์และหาเอกลักษณ์เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าของตนเอง ทางด้านการส่งออกของชำร่วยและเครื่องประดับเซรามิค คาดว่าจะชะลอตัวต่อไปอีก